โบกมือลา UBER ตั้งแต่วันนี้! เปลี่ยนสู่ Grab

โบกมือลา UBER ตั้งแต่วันนี้! เปลี่ยนสู่ Grab

ตั้งแต่วันนี้ แอป UBER ใช้เรียกรถไม่ได้แล้วนะ

ถ้าคุณเคยเรียกรถผ่านแอป ไม่ว่าจะ UBER หรือ Grab นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้ ว่าวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว…

หลังจากเป็นข่าวคึกโครม ว่า “Grab ยืนยันควบรวมกิจการ UBER ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ซึ่งแน่นอนว่าต้องรวมถึงการให้บริการในประเทศไทยด้วย และตั้งแต่วันนี้ไป ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ร่วมขับของ UBER ก็จะไม่สามารถใช้งานผ่านแอปเดิมได้อีก ซึ่งในส่วนของ UBER ได้ประกาศให้ผู้ใช้งานรับทราบผ่านแอปมาโดยตลอด ด้วยเนื้อหาที่ระบุว่า “UBER จะหยุดให้บริการและจะเปลี่ยนการให้บริการทุกอย่างผ่านทางแอปฯ Grab แทน”

โบกมือลา UBER ตั้งแต่วันนี้! เปลี่ยนสู่ Grab
โบกมือลา UBER ตั้งแต่วันนี้! เปลี่ยนสู่ Grab

หลังจากเป็นข่าวคึกโครม ว่า “Grab ยืนยันควบรวมกิจการ UBER ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ซึ่งแน่นอนว่าต้องรวมถึงการให้บริการในประเทศไทยด้วย และตั้งแต่วันนี้ไป ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ร่วมขับของ UBER ก็จะไม่สามารถใช้งานผ่านแอปเดิมได้อีก ซึ่งในส่วนของ UBER ได้ประกาศให้ผู้ใช้งานรับทราบผ่านแอปมาโดยตลอด ด้วยเนื้อหาที่ระบุว่า “UBER จะหยุดให้บริการและจะเปลี่ยนการให้บริการทุกอย่างผ่านทางแอปฯ Grab แทน”

ย้ายระบบทั้งหมดจาก UBER ไปอยู่กับ Grab

ดีลธุรกิจครั้งนี้ ทำให้การให้บริการ UBER ในกัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย จะถูกโอนเข้ามาอยู่ภายใต้ชายคา Grab

ในส่วนของผู้ใช้บริการนั้น UBER ก็ได้แจ้งให้รู้ล่วงหน้าผ่านแอปแบบไม่อ้อมค้อม ว่า “UBER จะทำการย้ายระบบทั้งหมดไปยังแอป Grabหลังจากนั้นคุณจะไม่สามารถเรียกรถผ่านแอป UBER ได้ กรุณาดาวน์โหลดแอป Grab” เท่ากับว่าคนที่เคยใช้แอปของ Grab มาแล้วก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง ส่วนใครที่เป็นลูกค้าใหม่ของ Grab ก็จะต้องลงทะเบียนเข้าใช้งานใหม่เสียก่อน

โบกมือลา UBER ตั้งแต่วันนี้! เปลี่ยนสู่ Grab
โบกมือลา UBER ตั้งแต่วันนี้! เปลี่ยนสู่ Grab

เรื่องนี้ส่งผลต่อผู้ใช้บริการอย่างไร…

คงต้องบอกว่านอกจากที่คุณต้องดาวน์โหลดและกรอกข้อมูลเริ่มต้นใช้งานใหม่ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะด้วยรูปแบบการเรียกใช้บริการในลักษณะที่คล้ายคลึงกันทั้ง UBER และ Grab แม้ว่าที่ผ่านมาคุณจะเคยใช้ UBER เป็นทางเลือกเดียวในบรรดาบริการเรียกรถผ่านแอป คุณก็สามารถใช้ Grab ได้อย่างแน่นอน และทาง Grab เองก็ยืนยันว่า สิ่งที่จะส่งผลต่อการให้บริการครั้งนี้คือประสบการณ์การบริการที่หลากหลายขึ้น จากจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับที่มากขึ้น และประเภทของรถที่มากขึ้นในแอปพลิเคชั่นเดียว

ส่วนเรื่องอัตราค่าโดยสารที่หลายๆ คนกังวลว่าจะแพงขึ้นหรือไม่นั้น ทาง Grab ชี้แจงไว้ว่า อัตราค่าโดยสารจะยังไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงใช้รูปแบบที่เรียกว่าไดนามิก (คิดแบบเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ เช่น ความต้องการและอุปทานในพื้นที่นั้นๆ, สภาพการจราจร, เวลาในการเดินทาง เป็นต้น) เพื่อจัดสรรรถยนต์ในระบบให้มีประสิทธิภาพตลอดวัน ส่วนค่าโดยสารของบริการรถ Taxi นั้น ยังคงเป็นค่าโดยสารตามมิเตอร์เช่นเดิม

ความแตกต่างของ Grab

หากไม่นับรูปแบบการให้บริการรับ-ส่งด้วยพาหนะประเภทต่างๆ ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้เอง แน่นอนว่า UBER เริ่มต้นและเน้นการให้บริการร่วมเดินทางอย่างชัดเจน แม้ว่าช่วงกลางเดือนธันวาคม UBER จะหันมาเปิดบริการ UBER Taxi บ้างแล้วก็ตาม แตกต่างจาก Grab ที่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกก็เน้น Taxi เพื่อให้บริการด้วยจำนวนรถที่มีมากกว่าและอยู่ในระบบขนส่งอยู่แล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แต่สิ่งที่ Grab เริ่มต้นและเลือกเดินเกมก่อน คือ การมอบโปรแกรมสะสมคะแนนจากการเรียกรถ หรือที่เรียกว่า GrabRewards ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถสะสมคะแนนจากการเรียกรถ และนำไปแลกสิทธิพิเศษหรือส่วนลดต่างๆ จากร้านค้าชั้นนำ ทั้งเครื่องดื่ม บัตรชมภาพยนตร์ และอื่นๆ รวมถึงการนำมาแลกเป็นส่วนลดสำหรับการเรียกรถผ่านแอป Grab

คิดเห็นอย่างไรบอกเราได้ที่นี่

บทความที่น่าสนใจ

Join The Discussion

Compare listings

Compare
Search
Perfect Homes Chiang Mai Logo

ขอบคุณค่ะ

ข้อมูลของคุณถูกส่งแล้ว

ทางเราจะติดต่อกลับคุณโดยเร็วที่สุดค่ะ