4 ร้านอร่อยติดใจที่ใครมาเชียงใหม่ต้องไปลอง!

4 ร้านอร่อยติดใจที่ใครมาเชียงใหม่ต้องไปลอง!

เชียงใหม่นับเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความน่าอยู่ของบ้านเมือง ความน่ารักของคนเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ทั้งที่ท่องเที่ยวเอาใจนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว ร้านกาแฟ ร้านอาหารเก๋ๆ ฮิปๆ ชิคๆ ชิวๆ เอาใจนักเที่ยวขากินขาเที่ยว ซึ่งเชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดที่หลายคนต้องเคยมา หรืออีกหลายๆคนอยากมาสักครั้งในชีวิตShabucino 4หลายครั้งตัวแอดมินเองรู้สึกภูมิใจและรู้สึกว่าโชคดีจังเลยค่ะ ที่เกิดและโตและเป็นคนเชียงใหม่ จะไม่ให้ดีใจได้ไงคะเพราะเวลามีคนถามว่าเป็นคนที่ไหนพอรู้ว่าเป็นคนเชียงใหม่ ก็จะบอกว่าดีจังเลยยยย อยากไปๆๆๆ รู้จักร้านนี้ไหมร้านนู้นไหม ที่นี่อยู่ที่ไหน และอื่นๆอีกมากมาย แอดมินบอกเลยนะคะที่เที่ยวที่กินในเชียงใหม่เนี่ยขอให้ถามได้เลยเพราะถนัดมากก 555555++ เฮ้อ นอกเรื่องมาเยอะ เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ วันนี้แอดมินมีร้านอาหารอร่อยในเชียงใหม่มาแนะนำขากินขาเที่ยวกันค่ะ วันนี้ขอนำเสนอ 4 ร้านเด็ดใน 4 ย่านดังมาให้รู้จักกันนะคะ ป่ะ ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนบ้าง

ร้านแรก กินชาบูที่ร้านกาแฟ

ชื่อร้าน : Shabucino

ที่ตั้ง : Star Avenue 2 ใกล้สถานีขนส่งอาเขต

เวลาเปิด : 10.00 น. – 22.00 น.

ราคา : 298++ บาท (บุฟเฟ่ต์) ** ไม่จำกัดเวลา

Shabucino 4

Shabucino ร้านชาบูน้องใหม่ที่ตกแต่งร้านเหมือนสไตล์ร้านกาแฟ รวมถึงน้ำซุปหน้าตาเก๋ไก๋

ร้านเก๋ร้านี้ตั้งอยู่ที่ Star Avenue 2 ใกล้ๆ กับสถานีขนส่งอาเขต ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้นสอง เมื่อก้าวออกมาปุ๊ปก็จะพบกับร้านชาบูที่เปิดตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น.

เมื่อเปิดประตูเข้ามาบรรยากาศโดยรวมจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของร้านกาแฟเด่นชัด น่านั่งทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นมุมบาร์สูงที่เหมาะสำหรับคนโสด หรือโต๊ะที่มาเป็นคู่หรือหมู่คณะ ทางร้านจะบริการบุฟเฟ่ต์ชาบูราคา 298++ บาท เบ็ดเสร็จประมาณ 351 บาท รวมเครื่องดื่ม ที่สำคัญไม่จำกัดเวลาอีกด้วย

ที่นี่จะเน้นเรื่องคุณภาพและความสดใหม่ของอาหาร อาทิ เนื้อหมูสไลด์, เนื้อหมูสามชั้น, เนื้อสันใน, เนื้อโคขุน, เนื้อปลาดอลลี่, เนื้อไก่, เบคอน, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ปลาหมึก, กุ้ง, ผักนานาชนิด ฯลฯ และไลน์อาหารที่ให้ตักได้เองตามอัธยาศัย มีเมนูสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน หรือใครที่ชอบเนื้ออิมพอร์ตจากต่างประเทศ ที่นี่ก็มีให้สั่งเป็น A La Carte ด้วยล่ะ

แน่นอนว่าหัวใจสำคัญเวลาทานชาบูจะต้องมีสองอย่างด้วยกันก็คือ น้ำซุปและน้ำจิ้ม พูดถึงน้ำซุปทางร้านจะมีให้เลือก 3 อย่างด้วยกัน คือ “ซุปน้ำใส” สูตรดั้งเดิมจากญี่ปุ่น, “ซุปน้ำดำ” รสชาติหวานเค็ม และพระเอกของร้านอย่าง “ซุปชาบูชิโน่” มีหน้าตาเหมือนฟองนมกาแฟคาปูชิโน่ไม่มีผิดเพี้ยน ผิวหน้าเป็นฟองนมที่ขาวนวลเนียน โรยด้วยความหอมจากซินนามอน เวลาน้ำซุปเริ่มร้อนจะมีกลิ่นหอมโชยขึ้นมาชัดเจน หากคีบเนื้อลวกให้น้ำซุปเข้าเนื้อพลิกกลับประมาณ 3-4 ที จะสัมผัสได้ถึงความหอมนุ่มละมุนลิ้นเบาๆ ในช่องปาก เป็นน้ำซุปรสชาติใหม่ที่แนะนำให้ลองทานกัน

ต่อด้วยน้ำจิ้มมีให้เลือก 4 รสชาติด้วยกัน คือ น้ำจิ้มสามรส, น้ำจิ้มสุกี้, น้ำจิ้มพอนสึ และน้ำจิ้มพริกเผา ไฮไลท์อยู่ที่ลูกค้าสามารถเลือกไปปรุงน้ำซุปด้วยตัวเอง คำเตือน! อย่าเทใส่จนเพลินล่ะ!?

หากมองภาพรวมแล้ว ถือว่าเป็นร้านชาบูที่มีราคาและคุณภาพเดินไปในทางเดียวกัน พร้อมรสชาติน้ำซุปแปลกใหม่ที่อาจจะทำให้หลายคนติดใจก็ได้

ร้านที่สอง  

ชื่อร้าน : Misora Sushi Bar&Bristro

ที่ตั้ง : โครงการ Think Park เชียงใหม่ 

เวลาเปิด : ทุกวัน : 11:30 – 14:00, 17:00 – 22:00

ราคา : –

Misora

Misora ร้านอาหารญี่ปุ่นในโครงการ Think Park เป็นร้านที่เกิดจากความชื่นชอบในการกินอาหารญี่ปุ่นของสองหนุ่มที่ได้ตระเวนชิมไปทั่วสารทิศ โดยทางร้านจะชูจุดเด่นที่วัตถุดิบสดคุณภาพแบบพรีเมียม มีเมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วห้ามพลาดอย่าง “Sushi Wagyu Aburi” ซูชิเนื้อวากิวชิ้นโตเต็มจาน ที่ทางร้านใช้เนื้อวากิวนำไปสไลด์บางเต็มแผ่นจากนั้นจึงนำไปเบิร์นเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม แล้วราดด้วยซอสหวานสูตรพิเศษ จนได้สัมผัสความนุ่มแบบพิเศษของเนื้อวากิวที่แทบจะละลายในปาก พร้อมทั้งรสชาติที่หวานฉ่ำของซอส อร่อยฟินจนแทบละลายไปพร้อมกับซูชิเลยทีเดียว และอีกหนึ่งเมนูความสดอร่อยอย่าง “Hotate Roll” โรลสัมผัสนอกที่หนึบนุ่มพร้อมความหวานละมุนลิ้นของหอยเชลล์สดตัวใหญ่หรือโฮตาเตะ ต่อเข้าไปด้วยความชุ่มฉ่ำด้านในจากปลาไหล เป็นโรลที่หาทานที่อื่นไม่ได้ นอกจากจะสรรหามาแต่วัตถุดิบชั้นเยี่ยมแล้ว ที่ “Misora” ยังมีส่วนลดและโปรโมชั่นเด็ดๆ โดนๆ มาให้ลูกค้าอยู่เสมออีกด้วย

ร้านที่สาม อร่อยแบบจาวเมืองเหนือบ้านเฮา

ชื่อร้าน : ต๋องเต็มโต๊ะ

ที่ตั้ง : นิมมานเหมินท์ ซอย 13 

เวลาเปิด : ทุกวัน : 11:00 – 22:00

ราคา : –

ต๋องเต็มโต๊ะ - Copy

ต๋องเต็มโต๊ะร้านนี้โด่งดังสุดๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างจังหวัด  เมนูของร้านล้วนเป็นอาหารพื้นเมืองทั้งสิ้น เริ่มที่เมนูสุดฮิตแนะนำของทางร้านกับ ออเดิร์ฟเมืองจานใหญ่ (167 บาท ) ที่มาพร้อมกับ แคบหมู หมูยอ ไข่ต้ม ไส้อั่ว จิ้นส้มหมก ผักสด น้ำพริกอ่อง และน้ำพริกหนุ่ม เมนุอาหารเหนือดูง่ายๆ ที่น้ำพริกหนุ่ม ถ้าร้านไหนรสชาติมันได้ เมนูอื่นรับรองผ่านหมด ซึ่งร้านนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

ต่อกันที่สามชั้นทอด (72 บาท) แพงไปนิดแต่คุ้มมาก เนื้อหมูเขาหมักมาอย่างดี ทอดด้านนอกเกรียมกรอบกำลังดี ส่วนด้านในก็นุ่มลิ้น แต่ว่าไม่ต้องใช้น้ำจิ้มใดๆ ปรุงแต่ง

ลาบคั่ว (67 บาท) ได้รสชาติตามมาตรฐาน ตามสไตล์ ที่ที่ติดใจจริงๆ ก็คือปลานิลทอดสมุนไพร (137 บาท) เมนูนี้ไม่แพงเลย คุ้มสุด คือปลานิลตัวใหญ่เนื้อแน่น ตอนเสิร์ฟมานึกว่าปลาทับทิม แต่ไม่ใช่ฮะ มันคือปลานิลจริงๆ ร้านนี้เขาทอดมาแบบกรอบๆ หอมๆ กำลังดี ใครมาขอแนะนำเลย เด็ดจริง

ถ้าใครขอแห้งที่นี่เขาก็มีแกงเมืองๆ หลายอย่างให้ทานนะ แต่วันนี้ได้ลอง แกงผักหวานไข่มดแดง (92 บาท) เมนูนี้หาทานยากหน่อย ปีหนึ่งจะได้กินครั้ง แต่ร้านนี้เขามีให้ทานกันตลอด

ปิดท้ายกันที่ 2 เมนู “เห็ดถอบ” ที่ช่วงนี้ใครๆ ก็ถามหา ที่ร้านนี้มีให้เลือกกันถึง 7 เมนู วันนี้ผมลอง “แกงเห็ดถอบใส่ยอดมะขาม” (97 บาท) กลิ่นหอมๆ ที่มาพร้อมกับน้ำแกงรสเปรี้ยวจิ๊ดจ๊าดด้วยส่วนผสมของยอดมะขาม จะซดทานแบบเปล่าๆ หรือทานคู่กับข้าวสวย, ข้าวเหนียวก็เข้าคู่กันเหลือเกิน หรือจะเลือกเป็นของทานเล่นอย่าง “เห็ดถอบพริกข่า” (97 บาท) ก็อร่อยไปอีกแบบ

คือหลายๆ เมนูเขาค่อนข้างปราณีตในการทำอาหารนะ ไม่ใช่ว่าคนเยอะแล้วฟอร์มตกเหมือนร้านอื่นๆ
ต้องมาทานเองถึงเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงแน่นขนัดเต็มโต๊ะแทบทุกวัน

ร้านต๋องเต็มโตีะหากใครยังไม่รู้จัก ร้านอยู่นิมมาน ซอย 13 เลี้ยวเข้ามาร้านจะอยู่ซ้ายมือ ไปช่วงเที่ยงวัน หรือเย็นๆ จะสังเกตุง่ายๆ ถ้าคนยืนออกันอยู่หน้าร้าน นั่นแหละใช่เลย ร้านเปิดบริการตั้งแต่ 11.00-22.00 น.

ร้านที่สี่ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ดูยังไงก็ไม่ธรรมดา

ชื่อร้าน : ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก

ที่ตั้ง : ซอยศริมังคลาจารย์ ซอย 13

เวลาเปิด : ทุกวัน : 10:00 – 16:00

ราคา : –

ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก 1 - Copy

ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลกคอนเซปท์ร้านก็บอกมาอยู่แล้วว่า “เป็นคนธรรมดาโลกไม่จำ” แสดงว่าถ้ามาร้านนี้แล้วได้กินก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ แสดงว่ามาผิดร้าน กอปรกับชื่อร้าน “ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก” มันช่างเย้ายวนชวนให้เหลียว น่าเดินทอดน่องเข้าไปนั่งทานมากกว่าชื่อร้าน “ก๋วยเตี๋ยวนายมา” “บะหมี่นายมี” แน่นอน

ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าว่าที่นี่มีอะไรทำให้หลุดโลกบ้าง

ก่อนจะสั่งมาทานบอกให้รู้ไว้ก่อนว่าเมนูก๋วยเตี๋ยวที่นี่มีให้เลือก 3 น้ำ คือ น้ำใส ต้มยำน้ำใส และต้มยำน้ำข้น ส่วนเส้นก็มีให้เลือก คือ เล็ก ใหญ่ บะหมี่ เส้นหมี่ และ มาม่า

เมนูที่นี่เขาโด่งดังในเรื่องของรสจี๊ดจ๊าดของน้ำต้มยำ ที่ทานแล้วครบเครื่องจริงๆ ได้รสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ลงตัวทุกองค์ประกอบ รวมถึง “เครื่อง” ของที่นี่ก็จัดมาให้ทานแบบไม่กั๊ก โดยเฉพาะเมนู ตามชื่อร้านอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก” (130 บาท) ที่มาพร้อมกับเครื่อง 9 อย่าง เช่น กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึก หมู ไข่ ฯลฯ สารพัดที่จะนำไปใส่ลงบนถ้วย เรียกว่าได้ว่าอัดไปหมดทุกคำรบ คุ้มค่า คุ้มราคากันเลยทีเดียว

ถ้าไม่อยากซดน้ำ ก็แนะนำ “ก๋วยเตี๋ยวหมูยำแห้งไข่ลวก” (45 บาท) ก๋วยเตี๋ยวรสยำแบบเจ็บๆ มีทีเด็ดอยู่ที่ “ไข่ลวก” อวบๆ อูมๆ น่าทานเนี่ยแหละ หรือถ้ายังหลุดโลกไม่พอขอพาไปรู้จัก “บะหมี่แห้งแกงฮังเลไข่ต้ม” (55 บาท) แกงฮังเล รสชาติเสน่ห์ปลายจวักจากก้นครัว ได้รสเครื่องเทศแบบ “เหนือแต้ๆ” และถ้ายังไม่อิ่มกันก็มีเมนูทานเล่นอย่าง ลูกชิ้นลวกจิ้ม (40 บาท) ให้ทานกันด้วย

ขอบคุณข้อมูลดีๆและรีวิวดีๆจากเว๊บไซต์ wongnai นะคะ

สมาชิกchiangmaibaan.com หรือผู้อ่านท่านใดมีร้านอาหารอร่อยๆ เก๋ๆ แนะนำคอมเม้นกันเข้ามาเลยนะคะ

Join The Discussion

Compare listings

Compare

ขอบคุณค่ะ

ข้อมูลของคุณถูกส่งแล้ว

ทางเราจะติดต่อกลับคุณโดยเร็วที่สุดค่ะ