เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

การวางแผนซื้อบ้านเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ แต่ถ้าเรามีความรู้ เตรียมตัวก่อนอย่างดี การอนุมัติสินเชื่อก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป มาดูกันว่า สิ่งที่เราต้องรู้ก่อนขอสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง

กู้ซื้อบ้านคือ

กู้ซื้อบ้าน คือ การกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ หรือการขอสินเชื่อเพื่อบ้านกับธนาคาร เป็นการกู้เงินระยะยาวกับธนาคาร โดยจำนวนเงินที่ผู้ขอกู้จะได้ตามที่ธนาคารประเมินให้จะเรียกว่าวงเงินและเมื่อถึงคราวที่ต้องชำระเงินคืน ก็จะมีเงินต้นหรือจำนวนเงินจริง ๆ ที่ผู้กู้ยืมไป กับดอกเบี้ยหรือเงินส่วนที่ธนาคารคิดเพิ่มเติมที่ผู้กู้ต้องชำระเป็นงวดๆซึ่งโดยมากรอบงวด คือ ทุก ๆ 1 เดือน ตลอดระยะเวลากู้ซึ่งยาวนานตั้งแต่ 10 – 30 ปี หรือสูงสุดถึง 40 ปี

กู้ซื้อบ้านมีต้องคุณสมบัติอย่างไร

  • มีเงินเดือน หรือรายได้ประจำที่แน่นอน หรือเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวที่สามารถจ่ายหนี้เงินกู้ได้
  • บรรลุนิติภาวะมีอายุครบ 20ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป หรืออายุต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด คือ อยู่ในช่วงอายุ 60-65 ปี
  • มีประวัติดี ไม่เคยมีประวัติการผิดนัดชำระหนี้ประเภทใด ๆ 

กู้ซื้อบ้านต้องมีแหล่งที่มาของรายได้ที่มั่นคง

  • พนักงานประจำ
  • เจ้าของกิจการ
  • ทำอาชีพอิสระ 

การคำนวณการกู้ซื้อบ้านคร่าวๆ อย่างไร ?

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวกู้ซื้อบ้านได้ ลองนำรายได้ของคุณมาคำนวณดูก่อนว่าจะได้รับวงเงินการกู้ซื้อบ้านอยู่ที่ประมาณเท่าใด

โดยทั่วไปแล้วธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนชำระไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับของผู้กู้ในแต่ละเดือน โดยจะคิดรวมกับหนี้สินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนด้วย 

ตัวอย่างเช่น ผู้กู้มีรายรับอยู่ที่ 30,000 บาท/เดือน และมีหนี้สินต่อเดือนอยู่ที่ 5,000 บาท เท่ากับว่าจะมีความสามารถในการผ่อนชำระค่าบ้านต่อเดือนสูงสุดจะอยู่ที่ (30,000-5,000) – 40% = 10,000 บาท 

จากนั้นนำความสามารถในการผ่อนชำระค่าบ้านต่อเดือนสูงสุด ไปคูณกับ 150 จะได้เป็นวงเงินกู้สูงสุดโดยประมาณของธนาคาร คือ 12,000 x 150 = 1,500,000 บาท นั่นเอง

หรือคุณสามารถอ่านวิธีคำนวณวงเงินกู้บ้านสูงสุด กับแต่ละธนาคารที่คุณต้องการขอกู้ได้

กู้ซื้อบ้านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

หากคุณได้คำนวณแล้วว่าวงเงินกู้ซื้อบ้านที่รับจากธนาคารนั้น ยังไม่เต็มจำนวนของราคาบ้าน คุณจึงจำเป็นต้องมีเงินสดประมาณ 5-20% ของราคาบ้านเอาไว้สำหรับดาวน์บ้าน เพื่อทำให้วงเงินกู้กับธนาคารลดลง 

และยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าจอง ค่าทำสัญญา ค่าจดจำนอง ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์หรือค่าส่วนกลาง 

สำหรับการกู้ซื้อบ้าน หรือกู้ซื้อคอนโดจะมีหลายส่วน ที่จะต้องเสีย เมื่อได้มีการดำเนินการในครั้งแรก โดยค่าใช้ต่าง ๆ สามารถสรุปโดยประมาณดังนี้

  • ค่าโอนบ้าน : ค่าจดจำนอง 1% ของจำนวนเงินสินเชื่อที่ต้องการจะกู้ , ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน 2% จากราคาขายที่ธนาคารได้มีการประเมินไว้ , ค่าอากร 0.5%
  • ค่าจองและค่าส่วนกลาง ในการจะซื้อบ้านสักหลัง โดยปกติจำเป็นที่จะต้องจ่ายค่าจองและค่าส่วนกลางให้กับโครงการบ้านหรือคอนโดแล้วส่วนหนึ่ง โดยค่าส่วนกลางจะต้องจ่ายล่วงหน้า 1 ปี
  • ค่าดาวน์บ้าน สำหรับค่าดาวน์บ้านนับเป็นจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายในเบื้องต้น โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายทั้งหมดในการซื้อบ้าน อาจจะเป็น 5 – 10% ของราคาบ้านทั้งหมด
  • ค่าประกันบ้าน ในการจะซื้อบ้านหรือคอนโด ทางสถาบันการเงินมักจะแนะนำให้ทำประกันบ้านประเภทต่าง ๆ ในกรณีเผื่อเสียทรัพย์สิน ยกตัวอย่างเช่น ประกันอัคคีภัย ประกันภัยพิบัติ หรือประกันอื่น ๆ อีกมากมายที่ธนาคารยื่นเสนอให้ ซึ่งการทำประกันนี้เห็นสมควรว่าทำไว้ป้องกันไว้ก่อนจะเป็นการดีที่สุด

การเลือกซื้อบ้าน

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

การเลือกซื้อบ้านนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านมือหนึ่ง หรือจะซื้อบ้านมือสองก็ตาม เราควรพิจารณาให้รอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน และที่สำคัญคือต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การใช้งานของตัวเราและครอบครัวมากที่สุด ส่วนในเรื่องของความคุ้มค่า ก็คงจะตอบไม่ได้ว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน เพราะความต้องการของแต่ละคนก็ต่างกันไป

ดังนั้นเราต้องมีความรู้ในการเลือกซื้อบ้านที่ตรงใจ เหมาะสมกับคุณภาพ และคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปได้เป็นอย่างดี 

  • เลือกซื้อบ้านใหม่ 

บ้านใหม่มือหนึ่ง ส่วนมากจะมีข้อเสนออย่างการแถมเฟอร์นิเจอร์ หรือ Built-In ต่าง ๆ แต่ของติดบ้านที่ทางโครงการมีมาให้ก็อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้ทั้งหมด ดังนั้นเราอาจจะต้องเตรียมเงินสำรองสำหรับการซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งของต่าง ๆ หรือการต่อเติมบ้าน

  • เลือกซื้อบ้านมือสอง

ในปัจจุบันบ้านมือสอง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ใกล้เคียงกันกับบ้านใหม่ อีกทั้งยังมีทำเลให้ได้เลือกมากมาย

แต่การซื้อบ้านมือสอง นอกจากราคาที่ถูกลงแล้ว อีกสิ่งปัญหาที่มักจะตามมาจากการซื้อบ้านคือความสึกหรอของบริเวณบ้าน เราจะต้องเตรียมเงินไว้สำหรับการซ่อมแซมบ้าน ซึ่งอาจจะมีทั้งในส่วนของโครงสร้าง ระบบไฟ ระบบน้ำ และอื่น ๆ แต่ในกรณีที่เราซื้อบ้านมือสองรีโนเวทคุณภาพดี ที่ทางผู้ขายได้ทำการซ่อมแซมมาให้เรียบร้อยแล้ว ก็จะยิ่งอำนวยสะดวกความสะดวกให้กับเรา และทำให้เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ด้วย เพราะฉะนั้นก่อนซื้อบ้านมือสอง เราตรวจเช็คความเรียบร้อยของโครงสร้าง และงานระบบต่าง ๆ ให้เรียบร้อย

กู้ซื้อบ้านต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
  • เอกสารส่วนบุคคล

เอกสารขอสินเชื่อบ้านกลุ่มนี้ ไม่มีอะไรมาก ธนาคารเพียงต้องการหลักฐานส่วนบุคคลไว้ยืนยันตัวตนและทำธุรกรรมด้วยเท่านั้น ทั้งนี้ ถ้าผู้ขอสินเชื่อมีคู่สมรส ก็ต้องยื่นเอกสารของคู่สมรสด้วย เพราะถือเป็นบุคคลเดียวกัน เอกสารส่วนบุคคล ได้แก่

  1. บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / บัตรรัฐวิสาหกิจ
  2. สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะบัตร (คู่สมรส) (ถ้ามี)
  3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)
  • เอกสารแสดงรายได้

เอกสารทางการเงิน คือ เอกสารที่เราจะใช้แสดงที่มารายได้ ดังนั้น ที่มารายได้ของแต่ละอาชีพจึงแตกต่างกัน ซึ่งธนาคารจะแบ่งอาชีพที่มีรายได้ต่างกันเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • พนักงานประจำ
        • ใบรับรองเงินเดือน / หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการ 
        • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
        • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
  • ประกอบธุรกิจส่วนตัว
        • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล /ใบทะเบียนการค้า ไม่เกิน 3 เดือน
        • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อผู้กู้ / ผู้กู้ร่วม ไม่เกิน 3 เดือน
        • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ทั้งในนามบุคคลและกิจการ)
        • สำเนา ภ..30 พร้อมใบเสร็จ (ถ้ามี)
        • สำเนา ภ..20 (ถ้ามี)
        • สำเนาบริคณห์สนธิ ไม่เกิน 3 เดือน
        • ภาพถ่ายกิจการ 4-5 ภาพ และแผนที่ตั้งกิจการโดยสังเขป
  • ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
        • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน/หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่น ๆ (พร้อมเอกสารฉบับจริง)
        • สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
        • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
        • รูปถ่ายกิจการ
        • สำเนาใบประกอบวิชาชีพ
  • เอกสารหลักประกัน

ได้แก่ สำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย, สัญญาวางมัดจำ นอกจากนี้ยังมีหนังสือให้ยินยอมตรวจสถานะประวัติค้างชำระหนี้ เพื่อทางธนาคารจะตรวจสอบและพิจารณาเครดิตของผู้กู้ได้อย่างละเอียด 

ซึ่งหลังจากที่ยื่นเอกสารขอกู้ซื้อบ้านกับธนาคารแล้ว ธนาคารจะทำการพิจารณาดอกเบี้ยและวงเงินตามความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ โดยถ้าผู้กู้มีภาระหนี้สินเก่าไม่เยอะ มีรายได้สม่ำเสมอและมีความมั่นคงทางการเงิน ผู้กู้ก็อาจจะได้รับการอนุมัติเงินวงกู้ซื้อบ้านให้ผ่านในครั้งเดียวได้

แต่ถ้าหากคุณมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปและมีหนี้สะสมมาก ๆ จะทำให้มีผลต่อการขอวงเงินกู้บ้านและการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารได้ โดยธนาคารจะพิจารณาปัจจัยหลายอย่างเมื่อพิจารณาการให้สินเชื่อสำหรับการซื้อบ้าน ธนาคารอาจมองว่าค่าใช้จ่ายสูงเกินไปในส่วนของรายจ่ายและหนี้สิน

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาถึงอัตราส่วนระหว่างรายได้และการจ่ายหนี้ ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายเยอะเกินซึ่งส่วนมากไม่ควรเกิน 40% จะส่งผลให้เราขอวงเงินกู้บ้านได้น้อย และถ้ามีหนี้เยอะมาก ๆ ธนาคารอาจประเมินให้ไม่ผ่านและไม่อนุมัติสินเชื่อได้

ตามที่ได้เกริ่นไปข้างต้นนี้ เอกสารขอสินเชื่อบ้าน เอกสารการเงิน มักจะเป็นอุปสรรคที่อาจทำให้คุณยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่าน เพราะเอกสารการเงินคือสิ่งที่ธนาคารจะใช้พิจารณาความสามารถและความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ของเรา แต่ถ้าคุณทำการเตรียมความพร้อมเอกสารการเงินไว้บ้างก็จะช่วยสร้างเครดิตทางการเงินให้กับคุณได้ อย่างเช่น 

  • ตรวจสอบเครดิตบูโร

ก่อนที่จะขอกู้ คุณควรตรวจประวัติการชำระหนี้ของคุณกับ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร (NCB: National Credit Bureau) ก่อน เพื่อดูว่าเครดิตของคุณมีปัญหาอะไรหรือไม่ เช่น ค้างชำระ ติดแบล็คลิสต์ ประวัติชำระไม่ตรงเวลา ถ้าหากมีประวัติข้างต้น ธนาคารอาจไม่อนุมัติสินเชื่อให้คุณ

คุณอาจต้องเริ่มแก้ไขประวัติเหล่านั้นด้วยวินัยการชำระหนี้ที่ดี หรือลองปรึกษาธนาคารที่ต้องการถึงแนวทางขอสินเชื่อเมื่อติดประวัติเครดิตบูโร ที่จะช่วยแนะนำแนวทางสร้างวินัยการเงินและการยื่นขอสินเชื่อให้ผ่านแม้จะเคยติดประวัติเครดิตบูโรมาก่อนก็ตาม

  • ปลดภาระสินเชื่ออื่น ๆ ลง

หากคุณมีภาระหนี้สินมากเกินไป ธนาคารจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้คุณ เพราะโดยทั่วไป ธนาคารจะพิจารณาสินเชื่อให้บุคคลไม่เกิน 30% – 40% ของรายได้ นั่นถือ หนี้สินทั้งหมดของคุณ รวมแล้วจะต้องไม่เกิน 40% ของรายได้

สินเชื่อที่คุณควรปลดให้ได้ก่อนขอสินเชื่อบ้านก็อาจเป็นสินเชื่อระยะกลาง เช่น สินเชื่อผ่อนรถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคลก้อนใหญ่ เพื่อให้ภาระหนี้สินของคุณน้อยลง และเพื่อเป็นประวัติว่าคุณสามารถชำระหนี้ได้

  • ชำระหนี้ให้ตรงเวลา

หากคุณมีหนี้สินอื่น ๆ ด้วย หรือทำบัตรเครดิตซึ่งเป็นหนี้ระยะสั้นอยู่บ้าง หนี้ประเภทนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อเครดิตการเงินของคุณ ถ้าหากคุณชำระหนี้ตรงเวลาเสมอ เพราะเมื่อธนาคารเข้าไปตรวจประวัตคุณกับเครดิตบูโร เขาก็จะเห็นว่าคุณชำระหนี้ตรงเวลา คุณมีวินัยทางการเงินที่น่าเชื่อถือ โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

  • ใช้เงินอย่างเป็นระบบ

ธนาคารจะเชื่อถือว่ามีพฤติกรรมการใช้เงิน คือ คนที่ใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ ซึ่งคุณสามารถสร้างความน่าเชื่อถือตรงนี้ได้ แม้จะไม่ได้มีรายได้ประจำก็ตาม

  • ฝากเงินจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละเดือน หรือมีขั้นต่ำที่ต้องมีเงินเข้าเป็นรายรับ
  • มีกำหนดวันในการกดเงินจากบัญชี และจำกัดจำนวนครั้ง เช่น กดเงิน 2 ครั้งต่อเดือน คือ วันที่ 1 และวันที่ 16 เป็นต้น
  • ไม่กดเงินจนหมดบัญชีหรือไม่กดเงินทีละมาก ๆ
  • ออมเงินเท่าจำนวนผ่อน

ข้อนี้ถือเป็นเทคนิคเฉพาะที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ การฝากเงิน เข้าบัญชีในจำนวนที่ใกล้เคียงกับยอดผ่อนเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป ตามรายการเดินบัญชีที่ต้องยื่น ซึ่งคุณสามารถคาดคะเนยอดผ่อนชำระต่อเดือนของคุณแบบคร่าว ๆ ได้ก่อน โดยใช้สัดส่วนชำระหนี้ 7,000 บาท/1,000,000 บาท (สำหรับสัญญาผ่อนชำระ 30 ปี)

ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องการซื้อบ้านราคา 2,000,000 บาท คุณก็จะต้องผ่อนบ้านเดือนละประมาณ 14,000 บาท เป็นต้น

วิธีนี้ยังถือเป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้คุณด้วย และถือเป็นการทดลองผ่อนจริง ดังนั้น หากคุณทำได้ อย่างไรเอกสารการเดินบัญชีของคุณก็ต้องผ่านแน่นอน

ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้าน

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

ก่อนตัดสินใจเลือกกู้บ้านกับธนาคารจะต้องศึกษาข้อมูลให้ครบรอบด้าน ตั้งแต่การเลือกธนาคาร การเลือกโครงการสินเชื่อ และการเลือกดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อให้คุณสามารถเตรียมความพร้อมทางการเงินได้มากที่สุดโดยคุณต้องหาข้อมูลสินเชื่อเพื่อบ้านของแต่ละธนาคารมาวางเปรียบเทียบกัน

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

การเตรียมเอกสารสำหรับยื่นกู้ให้พร้อมและครบถ้วน เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การพิจารณาสินเชื่อได้รับการอนุมัติเร็วขึ้น ซึ่งทางธนาคารจะรับเอกสารไว้พิจารณา และจะต้องรอเวลาในการแจ้งผลให้ทราบว่าสามารถกู้เงินได้หรือไม่

เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!
เคล็ดลับ เตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

เมื่อธนาคารได้ตรวจสอบเอกสารอย่างครบถ้วน รวมไปถึงประวัติการเงินต่าง ๆ ที่คุณจะต้องเซ็นยินยอมในการตรวจสอบผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางธนาคารก็จะออกสัญญาการกู้เงิน และจะนัดวันทำนิติกรรม ณ กรมที่ดิน

คิดเห็นอย่างไรบอกได้ที่นี่

บทความที่น่าสนใจ

Compare listings

Compare
Perfect Homes Chiang Mai Logo

ขอบคุณค่ะ

ข้อมูลของคุณถูกส่งแล้ว

ทางเราจะติดต่อกลับคุณโดยเร็วที่สุดค่ะ