หาบ้านเช่าเชียงใหม่ เริ่มต้นอย่างไรดี?
คงมีคนหลายๆ คน ที่กำลังแพลนเพื่อที่จะหาที่อยู่ใหม่ที่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของตัวเอง ทำให้ “การเช่า” บ้าน เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะมีข้อดีอย่างเช่น ใช้เงินตั้งต้นน้อยกว่า มีข้อผูกมัดที่น้อยกว่า และหากว่าวันหนึ่งเราต้องการย้ายที่อยู่ ก็สามารถทำได้โดยง่าย และการเช่าบ้านจริง ๆ แล้วมีกระบวนการและมีหลายขั้นตอนที่ซับซ้อนมากมาย แต่จะเลือกอย่างไรให้อยู่แล้วดี ไม่มีปัญหาภายหลังนั้น คงเป็นคำถามของใครหลาย ๆ คนที่กำลังมองหาบ้านเช่าอยู่ มีหลายปัจจัยที่ผู้เช่าต้องคำนึงถึง ซึ่งจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

กำหนดความต้องการของคุณ :
1. กำหนดงบประมาณของค่าเช่าที่เหมาะสม
เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องพิจารณาก่อนการเช่าบ้าน เนื่องจากปัจจุบันบ้านเช่ามีให้เลือกหลากหลายราคา ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ทำเล ลักษณะของบ้าน ควรเลือกให้เหมาะสมกับระดับรายได้ดังนั้น เราควรตรวจสอบรายได้และรายจ่าย เพื่อนำไปวิเคราะห์ว่าสถานะทางการเงินของเราเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องการเช่าบ้านในแต่ละเดือนด้วย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เคเบิ้ลทีวี อินเทอร์เน็ต และอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย
2. กำหนดทำเลที่ตอบโจทย์ความต้องการ
ทำเลที่ตั้ง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาเช่าอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไป โดยปกติแล้วทำเลที่อยู่ในย่านใจกลางเมือง จะมีราคาสูงกว่าทำเลรอบใจกลางเมือง และชานเมือง
อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของผู้เช่าแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป การเลือกทำเลเพื่อเช่าบ้านนั้น ควรตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองและการใช้ชีวิตของคุณมากที่สุด เช่น
- บ้านเช่าใกล้สถานที่ทำงาน หรือสถานที่ที่ต้องเดินทางไปบ่อย
- บ้านเช่าใกล้สถานศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล
- บ้านเช่าไม่ไกลจากขนส่งสาธารณะ
- บ้านเช่าเนื่องจากจำนวนสมาชิกในครอบครัวเพิ่มหรือลด
- บ้านเช่าเพราะอยากเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใหม่
- บ้านเช่าเพราะเรื่องการเงิน ต้องการลดค่าใช้จ่าย
3. กำหนดรูปแบบบ้านที่เหมาะสม
เนื่องจากปัจจุบันบ้านเช่ามีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮม ซึ่งควรเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย และจำนวนสมาชิกในครอบครัว

ค้นหาบ้านที่ต้องการเช่า :
บ้านเช่าที่ทั้งดีและราคาไม่แพง ย่อมเป็นที่ต้องการของใครหลาย ๆ คน เพราะฉนั้นอย่ารอช้าที่รู้ว่าเราจะต้องเช่าบ้าน แล้วเราจะหาบ้านเช่านั้นได้อย่าง? เรามีคำตอบให้
1. เสิร์ชหาข้อมูลบ้านเช่าจากอินเทอร์เน็ต จากโฆษณาในเว็บไซต์ต่าง ๆ
2. การเดินตะเวนหาบ้านเช่าด้วยตัวเองในย่านที่ต้องการอาศัย เพราะนอกจากจะได้เห็นสภาพบ้านจริง ๆ แล้ว ยังจะได้ทราบข้อมูลดี ๆ มากมาย เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ความสะดวกในการเดินทาง และแหล่งของกินอีกด้วย
3. ใช้บริการบริษัทนายหน้า เนื่องจากนายหน้ามีความเชี่ยวชาญในตลาดและมีข้อมูลบ้านที่ให้เช่าอยู่ในมืออยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการประหยัดเวลา เพราะนายหน้าจะรู้ว่าคุณต้องการเช่าบ้านแบบไหนที่ตรงตามความต้องการของคุณ และยังสามารถให้คำแนะนำในการเจรจาราคากับเจ้าของบ้านในกรณีที่คุณพบบ้านที่คุณสนใจ และนายหน้ามีประสบการณ์ในการทำสัญญาเช่า

ติดต่อผู้ประกาศเพื่อนัดหมายดูบ้านเช่า:
1. ถ้าหากเสิร์ชหาข้อมูลบ้านเช่าจากอินเทอร์เน็ต หรือ เดินตะเวนหาบ้านเช่าด้วยตัวเอง คุณจะต้องเติดต่อเจ้าของบ้านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทำตารางวัน เวลา นัดหมายดูบ้าน
2. ถ้าหากใช้บริการบริษัทนายหน้า คุณจะได้ประโยชน์ในเรื่องของเวลาซึ่งจะได้ข้อมูลของบ้านอย่างครบถ้วน และทางนายหน้าจะช่วยทำการนัดหมาย วัน เวลา ดูบ้านกับทางเจ้าของให้ อีกทั้งยังสามารถนัดดูพร้อมกันได้หลาย ๆ ที่ หากเป็นบริเวณที่ใกล้กัน

ก่อนที่จะตกลงเช่าบ้าน:
- เจรจาราคาเรื่องเช่า
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจว่าจะให้เช่าหรือไม่ เพราะคงไม่มีประโยชน์ถ้าหากค่าเช่าเกินงบประมาณที่คุณจะสามารถจ่ายได้ทุกเดือน
- สอบถามข้อตกลงและเงื่อนไขการเช่ากับเจ้าของบ้านให้ชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าประกัน ระยะเวลาในการเช่า ค่าส่วนกลาง (ถ้ามี) อัตราค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเคเบิ้ลทีวี ค่าอินเทอร์เน็ต และอื่น ๆ ทรัพย์สินที่ให้เช่า การอนุญาต/ไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ การอนุญาต/ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์
- ตรวจสอบสภาพตรวจสอบสภาพของบ้าน
การตรวจเช็คสภาพนับว่าเป็น เรื่องที่มีความสำคัญมาก ๆ ในกรณีที่เราพบเจอจุดชำรุดทรุดโทรมอย่างเช่น อาคารทรุด พื้นแตก ฝ้าเพดานรั่ว ฯลฯ สามารถแจ้งเจ้าของบ้านให้รับรู้ และทำการแก้ไขให้เสร็จก่อนที่จะนัดวันเซ็นสัญญา หากว่าเรามาพบเจอจุดชำรุดต่าง ๆ หลังจากที่เซ็นสัญญาไปเรียบร้อยแล้ว เจ้าของอาจจะปฏิเสธการรับผิดชอบ และโยนความผิดมาให้เราที่เป็นผู้เช่าได้
- ตรวจสอบสัญญาเช่า
สัญญาเช่าบ้าน มีความสำคัญมาก ๆ เป็นการบ่งบอกสิ่งที่ต้องทำในข้อตกลง เป็นสัญญาที่ทำร่วมกัน และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา อีกฝ่ายสามารถนำหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรไปฟ้องร้องในชั้นศาลได้
ปัจจุบัน ได้มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคาร เพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 มีข้อบังคับ เพื่อให้ผู้ให้เช่า ปฏิบัติต่อผู้เช่า อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยผู้ให้เช่า จำเป็นต้องตกลงกับผู้เช่า และระบุในสัญญา เช่าบ้านด้วย
สัญญาเช่าบ้าน มีข้อบังคับที่สำคัญ คือ เจ้าของบ้านเช่า จะต้องร่างสัญญา โดยมีรายละเอียดครบถ้วนตามรายการต่อไปนี้
- ชื่อและที่อยู่ของเจ้าของกิจการบ้านเช่า
- ชื่อและที่อยู่ของผู้เช่า
- ชื่อและที่ตั้งของบ้าน หรืออาคาร
- รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของบ้าน หรืออาคาร รวมถึงทรัพย์สิน และเครื่องใช้ต่าง ๆ
- กําหนดระยะเวลาเช่า
- อัตราค่าเช่า
- อัตราค่าสาธารณูปโภค
- อัตราค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (หากมี)
- เงินประกัน
โดยปกติเมื่อเราลงนามในสัญญาเช่าแล้ว จะถือว่าเป็นการยินยอมตามข้อตกลงจากผู้ให้เช่า เพราะฉะนั้นการตรวจสอบสัญญาเช่าอย่างละเอียด จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งสิ่งที่ควรระวังมากเป็นพิเศษคือ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ให้เช่า ข้อตกลงต่าง ๆ เกี่ยวกับการชำระเงิน รวมถึงการคืนเงินประกัน
- ตรวจสอบความชำรุดเสียหายของเฟอร์นิเจอร์และของใช้อย่างละเอียด
ต้องทำการตรวจสอบความชำรุดเสียหายของเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้านอย่างละเอียด
และจะต้องทำเป็นเอกสาร แสดงรายการรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านทั้งหมด ซึ่งจะมีการระบุว่าแต่ละชิ้นมีความเสียหายตรงส่วนไหนบ้าง และสิ่งที่ต้องมีในเอกสารแสดงรายการรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์และของใช้
- ภาพถ่ายรวมของทั้งห้องในแต่ละห้อง แสดงให้เห็นเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด แต่ละชิ้นตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง
- ภาพถ่ายมุมใกล้ของเฟอร์นิเจอร์และของใช้ทุกชิ้น
- ภาพถ่ายแสดงความเสียหาย และเขียนระบุลักษณะของความเสียหายอย่างชัดเจน

เมื่อตกลงเช่าบ้าน:
- วางเงินมัดให้กับเจ้าของบ้าน เพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณตกลงเช่าบ้านแล้ว เจ้าของบ้านก็จะได้ทำการปิดประกาศการเช่าบ้านแล้วเก็บบ้านไว้ให้คุณ
- มอบเอกสารระบุตัวตนของคุณ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน มาใช้เป็นข้อมูลในการเรียบเรียงรายละเอียดในหนังสือสัญญาเช่า
- นัดหมายลงนามในสัญญาเช่า การลงนามในสัญญาเช่า จะถือว่าเป็นการยินยอมตามข้อตกลงจากผู้ให้เช่า เพราะฉะนั้นการตรวจสอบสัญญาเช่าอย่างละเอียด สัญญาเช่าต้องมีไว้สองฉบับ ลงลายเซ็นของทั้งสองฝ่าย มอบให้ผู้เช่าและเก็บไว้ที่ผู้ให้เช่า ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
- ย้ายเข้าอยู่ จัดการการย้ายเข้าบ้านเช่าตามวันที่กำหนด ผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีบทบาทต่อกันอย่างชัดเจน หน้าที่หลักของ“ผู้เช่า” นั้นนอกจากจะต้องมีความรับผิดชอบในการชำระค่าเช่าแก่ผู้ให้เช่าตามจำนวนและเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว ยังมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาที่อยู่อาศัยที่ตนเองเช่าให้เหมือนกับที่ปฏิบัติกับบ้านของตัวเองอีกด้วย

บทสรุปส่งท้าย
การเช่าบ้านนั้นอาจจะดูแล้วว่าเป็นเรื่องงาย ไม่อยากอะไร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ และข้อควรระวังต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาชวนปวดหัวที่อาจะเกิดขึ้น
Perfect Homes หวังว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังหาบ้านเช่าอยู่ และขอให้ทุกคนได้เจอกับบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองเร็วๆ นะคะ
หากกำลังมองหาบ้าน คอนโด หรือ อสังหาฯ ทุกรูปแบบ สามารถติดต่อ Perfect Homes ได้เลย ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำแนะนำ
ถาม-ตอบ หาบ้านเช่าเชียงใหม่ เริ่มต้นอย่างไรดี?
เนื่องจากปัจจุบันบ้านเช่ามีให้เลือกหลากหลายราคา ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ทำเล ลักษณะของบ้าน ควรเลือกให้เหมาะสมกับระดับรายได้ดังนั้น เราควรตรวจสอบรายได้และรายจ่าย เพื่อนำไปวิเคราะห์ว่าสถานะทางการเงินของเราเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องการเช่าบ้านในแต่ละเดือนด้วยรวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าส่วนกลาง (ถ้ามี)
สิ่งสำคัญอันดับแรกก่อนเริ่มต้นหาบ้านเช่าคือเรื่องใด?
เนื่องจากปัจจุบันบ้านเช่ามีให้เลือกหลากหลายราคา ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ทำเล ลักษณะของบ้าน ควรเลือกให้เหมาะสมกับระดับรายได้ดังนั้น เราควรตรวจสอบรายได้และรายจ่าย เพื่อนำไปวิเคราะห์ว่าสถานะทางการเงินของเราเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องการเช่าบ้านในแต่ละเดือนด้วยรวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าส่วนกลาง (ถ้ามี)
การค้นหาเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นการค้นหาบ้านเช่าออนไลน์ เป็นวิธีที่รวดเร็วแต่จะทำให้คุณเสียเวลาในการติดต่อหาเจ้าของที่แท้จริงได้ยาก
แต่การให้นายหน้าในพื้นที่เป็นวิธีที่ดีเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านที่คุณสนใจ นายหน้าสามารถแนะนำบ้านที่เหมาะสม ช่วยก็จะประยัดเวลาได้มากกว่า
ผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีบทบาทต่อกันอย่างชัดเจน หน้าที่หลักของ“ผู้เช่า” นั้นนอกจากจะต้องมีความรับผิดชอบในการชำระค่าเช่าแก่ผู้ให้เช่าตามจำนวนและเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว ยังมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาที่อยู่อาศัยที่ตนเองเช่าให้เหมือนกับที่ปฏิบัติกับบ้านของตัวเองอีกด้วย




